Archive for June, 2008
บริการออนไลน์ที่ทำให้คนตาบอดสามารถอ่านเว็บไซต์ที่คอมพิวเตอร์เครื่องไหนและที่ไหนก็ได้
จินตนาการของเทคโนโลยีแห่งอนาคตนั้นไม่นับการถูกล่ามโซ่ติดอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเนื่องจากผู้คนนัั้นเคลื่อนย้ายจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านไปสู่คอมพิวเตอร์ที่ที่ทำงานสู่อุปกรณ์เคลื่อนที่, บูธที่ตั้งอยู่ในห้องสมุด,โรงเรียนและโรงแรมต่างๆ อีกทั้งผู้คนก็เก็บทุกอย่างจากอีเมล์ไปถึงเอกสารไว้บนเว็บมากขึ้น
แต่สำหรับคนประมาณ 10 ล้านคนในอเมริกาที่ตาบอดหรือมีความบกพร่องในเรื่องของการมองเห็นนั้น การใช้คอมพิวเตอร์จนถึงตอนนี้นั้นจะต้องใช้ซอฟต์แวร์อ่านหน้าจอซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองเพียงเท่านั้น
ซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่เรียกว่า WebAnywhere ที่ได้เริ่มทำงานวันนี้นั้นทำให้คนตาบอดหรือผู้ที่มีความบกพร่องในการมองเห็นนั้นสามารถท่องเว็บที่ไหนก็ได้ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นที่ University of Washington นั้นเปลี่ยนโปรแกรมอ่านหน้าจอให้กลายเป็นบริการทางอินเตอร์เน็ตที่อ่านตัวหนังสือในเว็บไซต์บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ที่มีการเชื่อมต่อกับลำโพงหรือหูฟัง “สิ่งนี้นั้นมีไว้สำหรับสถานการณ์ที่บางคนที่ตาบอด ไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้แต่ยังต้องการที่จะใช้บริการอินเตอร์เน็ต ที่พิพิธภัณฑ์,ที่ห้องสมุด,ที่ตู้สาธารณะ,บ้านของเพื่อน หรือที่สนามบิน” Richard Ladner, ศาสตราจารย์ด้าน วิทยาการและวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, กล่าว วิธีสาธิตในรูปแบบของภาพและเสียงของฟรีซอฟต์แวร์ตัวนี้นั้นอยู่ที่ http://webanywhere.cs.washington.edu
Ladner จะทำการสาธิตซอฟต์แวร์ดังกล่าวอาทิตย์หน้าในกรุงดัลลัสที่งาน The National Federation of the Blind’s annual convention ซึ่งโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาภายใต้การควบคุมดูแลโดย Jeffry Bigham นึกศึกษาปริญญาเอกในด้านวิทยาการและวิศวกรรมคอมพิวเตอร์โดยได้รับทุนวิจัยจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
โปรแกรมอ่านหน้าจอแบบฟรีนั้นมีอยู่ก่อนแล้วเช่นเดียวกับโปรแกรมสำหรับขายที่มีความซับซ้่อนสูง แต่ทั้งหมดนั้นก็จะต้องทำการติดตั้งลงบนเครื่องก่อนที่จะใช้งานได้ ซึ่งนี่เป็นโปรแกรมสำหรับคนพิการตัวแรกที่ติดตั้งอยู่บนเว็บ หมายความว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องทำการดาวน์โหลดเข้าสู่คอมพิวเตอร์ มันจะประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ข้างนอกแล้วหลังจากนั้นจึงส่งไฟล์เสียงมาเพื่อที่จะเล่นในเว็บเบราเซอร์ของผู้ใช้งาน อ่านต่อ
Add comment June 30, 2008
จะทำอย่างไร? เมื่อชื่อโดเมนถูกขโมย
เว็บฯ หาย! ชื่อโดเมนถูกขโมย ก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านหาย จากมีที่อยู่ก็กลายเป็นไร้ที่อยู่ เท่านั้นยังไม่พอ รายได้หดหาย ลูกค้าเดิมหนีอีกต่างหาก แล้วทีนี้จะตามบ้านคืนจากพวกมิจฉาชีพที่มาแอบขโมยไปได้อย่างไร? จะต้องเสียค่าไถ่ไหม? แล้วจะไปขอให้ใครช่วยทวงบ้านคืนดี?
เว็บไซต์สุดรัก ชื่อโดเมนแสนหวงอยู่ดีๆ ก็ถูกขโมย เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เพิ่งจะเคยเกิดขึ้น หลายๆ คนต้องเจอะเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว บ้างก็ต้องเสียค่าไถ่ให้กับมิจฉาชีพพวกนี้ไปเพื่อจะให้ได้ชื่อโดเมนของตัวเองคืนมา บางรายไม่มีเงินเสียค่าไถ่ก็ต้องตัดใจปล่อยให้ชื่อโดเมนนั้นไปอยู่ในมือโจรไป แล้วไปสร้างใหม่ในภายหลัง ซึ่งก็ต้องใช้เวลาและพลังงานอีกมาก กว่าจะมีคอนเทนต์และคนเข้าชมเท่าของเดิม
แต่เมื่อถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตบูมเช่นนี้แล้ว ยุทธวิธีการเรียกของตัวเองคืนก็ย่อมเปลี่ยนไป ไม่ต้องดิ้นรนอยู่คนเดียวอีกต่อไป เพราะมีหลายฝ่ายให้ความสำคัญ และร่วมมือรักษาสิทธิ์ รักษาผลประโยชน์ที่เสียไป เพื่อให้เจ้าทุกข์ได้ของตัวเองคืนมา
เพิ่งจะมีเหตุการณ์สดๆ ร้อนๆ ผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้กับเว็บไซต์ Bcoms.net ถูกขโมยชื่อโดเมนแล้วเรียกกลับคืนมาได้ แม้ว่ารายนี้จะไม่ต้องเสียเงินค่าไถ่เพื่อซื้อเว็บฯ ตัวเองคืนจากโจร แต่ก็ต้องสูญเสียลูกค้าเดิมไปบางส่วน และยังถูกเข้าใจผิดว่ากลายเป็นเว็บไซต์ที่ทำเรื่องอนาจารไป รายได้ที่ต้องสูญเสียไปในช่วงที่ชื่อโดเมนถูกขโมยยังไม่เท่ากับชื่อเสียงที่ต้องพังทลายและต้องใช้เวลากู้คืนมาใหม่
แล้วถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณจะทำอย่างไร?
- ติดต่อกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมนหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าชื่อโดเมนเว็บไซต์ของคุณถูกขโมยอย่างแน่นอนแล้ว ควรจะรีบแจ้งไปยังผู้ที่รับจดทะเบียนชื่อโดเมนที่คุณไปใช้บริการอยู่ เพื่อแจ้งเรื่องการถูกขโมยชื่อโดเมนให้ทราบ และขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของ ICANN หรือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers ซึ่งก็คือหน่วยงานทางเทคนิคที่ดูแลรับผิดชอบความมีเสถียรภาพของระบบอินเตอร์เน็ตโลก มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการแจกจ่ายชื่อโดเมนและหมายเลข IP Address เพื่อขอชื่อโดเมนคืน รวมทั้งให้ช่วยติดต่อไปยังผู้ให้บริการจดชื่อโดเมน ที่ชื่อโดเมนเว็บไซต์ของคุณถูกโอนย้ายไป
- ค้นหาเอกสารเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ
- ส่งเอกสารไปยัง ICANN เพื่อขอเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของ
- ส่งเอกสารไปยังผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนที่มิจฉาชีพโอนย้ายชื่อโดเมนของคุณไป
หลังจากที่แจ้งเรื่องไปแล้วคุณก็ต้องมีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนของคุณด้วย เช่น อีเมล์ยืนยันการจดทะเบียนชื่อโดเมนจากผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน เอกสารการชำระเงินค่าจดทะเบียนชื่อโดเมน และข้อมูลการตรวจสอบชื่อ และสิทธิ์การครอบครองชื่อโดเมนจากระบบค้นหาชื่อโดเมน (Whois) ที่มีให้บริการบนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้ทราบว่าชื่อโดเมนนี้ใครเป็นเจ้าของ เช่นที่ Internic.com, Thnic.co.th, Checkdomain.com เป็นต้น
นอกจากนี้ก็ควรจะมีเอกสารของการถูกขโมยโดเมนที่พอจะรวบรวมได้เตรียมเอาไว้ด้วย เช่น อีเมล์แจ้งการโอนย้ายชื่อโดเมนไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ข้อมูลการติดต่อกับมิจฉาชีพที่อาจจะติดต่อมาเพื่อขอเรียกค่าไถ่ชื่อโดเมน เป็นต้น
หลังจากเตรียมเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้วก็ต้องไปขอหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติง เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนของตัวเองอีกครั้ง โดยปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองในกรณีที่เกิดปัญหาการขโมยโดเมน หรือมีการทำให้เว็บไซต์เสียหายโดยที่เจ้าของชื่อโดเมนนั้นไม่ยินยอม ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ถึงเวลาทวงคืนชื่อโดเมนสักที หลังจากที่ต้องยุ่งยากกับการดำเนินการเรื่องเอกสารอยู่นาน สำหรับขั้นตอนนี้อาจจะยุ่งยากและใช้เวลาอยู่สักหน่อย เพราะเหตุการณ์ถูกขโมยโดเมนเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และทุกๆ วันก็จะมีการแจ้งเรื่องการถูกขโมยชื่อโดเมนไป ซึ่งมีทั้งที่เป็นเรื่องจริงและเรื่องหลอก ดังนั้นหากคุณไม่มีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน ไม่มีการตามเรื่อง ไม่มีการชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่แรก โอกาสที่คุณจะทวงคืนชื่อโดเมนของคุณกลับคืนมานั้นอาจจะไม่สำเร็จ
เมื่อเจอปัญหาการขโมยโดเมนเช่นนี้แล้ว บางรายอาจจะตัดปัญหาด้วยการทิ้งโดเมนนั้นไป ไม่มีการแจ้งความ เพราะกลัวความยุ่งยากเรื่องเอกสารและการดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะการใช้บริการจดทะเบียนโดเมนกับบริษัทในต่างประเทศก็ยิ่งยุ่งยากในเรื่องของภาษาที่อาจจะสื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ ดังนั้นการเลือกใช้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนกับบริษัทในประเทศไทยน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องการสื่อสารออกไปได้ รวมทั้งหากเกิดปัญหาก็ยังตามตัวกันได้ ขอความช่วยเหลือกันได้อีกด้วย
อ่านต่อ
Add comment June 11, 2008
ตรวจสอบลายนิ้วมือด้วยนาโนเทคโนโลยี
กลุ่มนักวิจัยในอิสราเอล (Israel) พัฒนาการตรวจสอบรอยนิ้วมือให้เร็วขึ้นและง่ายขึ้นโดยการใช้อนุภาคนาโนของทองที่ละลายอยู่ในสารละลายอินทรีย์ (organic solution)
Claude Roux จากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ (Centre for Forensic Science) ของ University of Technology, Sydney กล่าวว่า การใช้นาโนเทคโนโลยีในการตรวจสอบลายนิ้วมือเป็นวิธีการใหม่ที่น่าท้าทายและน่าจะได้ผลการตรวจสอบที่ดีขึ้น
สารซิลเวอร์ที่ได้ผ่านการพัฒนามาแล้วซึ่งเรียกว่า Silver physical developer (Ag-PD) เป็นสารตัวหนึ่งที่นิยมใช้ในการตรวจสอบสารบางประเภทที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ เช่น ไขมัน ในมือของคนเรามีคราบไขมันติดอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้น Ag-PD จึงถูกนำมาใช้ในการตรวจสอบลายนิ้วมือบนพื้นผิวของวัสดุที่น้ำสามารถซึมผ่านได้เช่นกระดาษหรือกล่องกระดาษ การแตกตัวของซิลเวอร์บนสารที่ไม่ละลายน้ำอย่างไขมันที่ติดมากับลายนิ้วมือทำให้เกิดตะกอนสีดำตามลายนิ้วมือที่เกาะติดบนกระดาษนั้นๆ ดังนั้นเมื่อต้องการตรวจสอบรอยนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยบนกระดาษที่เปียกซึ่งเห็นลายนิ้วมือไม่ชัดหรือไม่เห็น สามารถทำได้โดยใช้วิธีดังกล่าว อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อเสียคือไม่มีความคงตัวทำให้ผลที่อ่านได้มีโอกาสไม่ถูกต้องชัดเจน
อนุภาคนาโนของทองเปรียบได้ดังเป็นพระเอกที่เข้ามาช่วยทำให้การตรวจสอบลายนิ้วมือนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อนุภาคนาโนของทองหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “colloidal gold” ซึ่งมีประจุที่พื้นผิวเป็นลบ (negative charge) สามารถเกาะติดกับไขมันที่ติดมากับลายนิ้วมือซึ่งมีประจุบวก (positive charge) ในสภาวะที่เป็นกรด Matias Sametband และผู้ร่วมงานจาก Hebrew Univeriry of Jerusalem ได้พัฒนาสารละลาย colloidal gold ให้มีความคงตัวมากขึ้นโดยใช้ตัวทำละลายในกลุ่มของ petroleum ether ซึ่งมีกลุ่มของไอโดรคาร์บอนที่แตกต่างกัน (Hydrocarbon Chains) ส่งผลทำให้ผลการตรวจสอบมีความคงตัวและเห็นลายนิ้วมือชัดมากขึ้น
ในการทดลองทีมงานให้อาสาสมัครถูมือนิ้วบนหน้าผากแล้วแปะบนกระดาษ A4 หลังจากนั้นกระดาษถูกนำไปชุบน้ำแล้วปล่อยให้แห้ง กระดาษดังกล่าวถูกไปจุ่มลงในสารละลายทองที่คงตัวอยู่ในปิโตรเลี่ยมอีเธอร์ซึ่งมี hydrocarbon chains เรียกว่า “Octadecanethiol” พวกเขาให้ชื่อสารนี้ว่า Au-NPs-Cis ขั้นตอนต่อไปตามด้วย Ag-PD ผลที่ได้ทำให้เห็นลายนิ้วมือชัดเจนขึ้น มีความคงตัว และเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีเก่าที่ใช้ Ag-PD อย่างเดียว
ทีมวิจัยได้พัฒนาการตรวจสอบลายนิ้วมือบนวัสดุที่น้ำซึมผ่านไม่ได้เช่น แก้ว ซิลิคอน โดยใช้อนุภาคนาโนของ cadmium selenide และ zinc sulphide ในสารละลาบปิโตเลี่ยมอีเธอร์ วิธีนี้สารดังกล่าวสามารถเรืองแสงภายใต้รังสี UV ทำให้เห็นลายนิ้วมือโดยไม่ต้องใช้ Ag-PD แต่อย่างใด
10 เหตุผลของการนำธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต
5 เหตุผล ทำไมคนไม่เข้าเว็บไซต์คุณ
ผู้ใช้คอมพ์เอเชียกลุ่มเสี่ยงติดไวรัสมากที่สุดในโลก
ตลาดเกมมะกันก.พ.ดีด34% DSกลับสู่ผู้นำเฉียด6แสนเครื่อง
Weblog นิวเทรนด์ของสังคมยุคใหม่
สิ่งที่ควรทำเบื้องต้น เมื่อโทรศัพท์มือถือตกน้ำ
Buckyballs ทำลายเซลล์ได้-ความเสี่ยงจากนาโนเทคโนโลยี
แนวโน้มใหม่ๆ ในอีคอมเมิร์ซ
จุดอ่อนของการทำ E-Commerce
สุดยอดเว็บไซต์เพื่อคนไทยที่มีหัวใจใฝ่รู้
คุณรู้จักคำว่า "Blog" ดีแค่ไหน เรื่องเล่าของ "Search Engine"
โน้ตบุ๊กเลือกสีได้เหมือนซื้อรถ
จุฬาฯ ทำนายสึนามิผ่านซูเปอร์คอมพ์ เตือนเร็ว-แม่นยำ
Add comment June 6, 2008
ทิชชูนาโน ซับคราบน้ำมัน
ทิชชูนาโน (Nanotech paper towel) ด้วยคุณสมบัติพิเศษ ที่สามารถดูดซับคราบน้ำมันบนผิวน้ำได้ดีถึง 20 เท่าของน้ำหนักตัวของมันโดยไม่ซับน้ำ ในขณะที่ตัวขจัดคราบน้ำมันในอดีตที่ทำมาจากโพลีเมอร์และไฟเบอร์กลาสนั้นดูดซึมทั้งน้ำและน้ำมัน
อีกผลงานของนักวิจัยจากสถาบัน MIT (Massachusetts Institute of Technology.) นำทีมโดย Francesco Stellacci ที่เผยแพร่ในวารสาร Nature ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา (Nature Nanotechnology (DOI: 10.1038/nnano.2008.136)) เรื่องกระดาษทิชชูนาโน ที่ให้สัมผัสและความรู้สึกเช่นเดียวกับกระดาษ มีคุณสมบัติไม่ซับน้ำ แต่กลับซับน้ำมันและไขมันมลพิษจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (organic pollutants) ได้
ทิชชูนาโน ที่นักวิจัยได้ผลิตขึ้นมานั้นมาจากการถักทอตาข่ายนาโน ที่ผลิตมาจากแมงกานีส ออกไซด์ (Manganese oxide) ที่มีรูปร่างคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ที่มีท่อเล็กๆอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้มันมีคุณสมบัติดูดซึมของเหลว (capillarity) ได้เป็นอย่างดี แล้วจากนั้นเส้นใยนาโนจะถูกเคลือบด้วยซิลิกอนที่เปลี่ยนให้มันเป็นฉนวนกันน้ำ และทำให้มันไม่ดูดน้ำ (แต่ดูดน้ำมัน) จากนั้น นำไปเข้ากระบวนการผลิตเป็นทิชชูนาโน ด้วยกระบวนการเช่นเดียวกับกระบวนการผลิตกระดาษ จนได้เป็นกระดาษทิชชูนาโนออกมา
นอกเหนือจากพลังดูดซับน้ำมันอันเยี่ยมยอด 20 เท่าของน้ำหนักของมันเอง (และดูดซับได้ 10 เท่าถ้าเป็นน้ำมันเบนซิน) แล้ว ทีมงานยังได้พิสูจน์ว่า พวกเขาสามารถทิ้งทิชชูนาโนแช่น้ำไว้ได้เป็นระยะเวลา 1-2 เดือน โดยที่มันจะไม่เปียกหรือชุ่มน้ำแต่อย่างใด นอกจากนี้ ทิชชูนาโนนี้ยังมีความทนทานต่อความร้อนสูง จึงทำให้พวกเขาสามารถใช้ทิชชูนาโนดูดซับน้ำมันแล้วนำทิชชูนั้นมากลั่นน้ำมัน ณ จุดเดือดของน้ำมัน เพื่อสกัดเอาน้ำมันกลับมาใช้อีกได้ หรือจะนำทิชชูนาโนกลับมารีไซเคิลโดยการเคลือบซิลิกอนใหม่ (เนื่องจากความร้อนทำลายคุณสมบัติกันน้ำของซิลิกอน) ก็สามารถนำมันกลับมาใช้ใหม่ได้อีก
อย่างไรก็ดี นาย Joerg Lahann จาก University of Michigan เผยว่า เนื่องจากทิชชูที่ผลิตจากแมงกานีส ออกไซด์นั้นค่อนข้างเป็นพิษ หากจะมีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางอันจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นได้ ดังนั้น การวิจัยหาวัสดุที่อาจมีความเหมานสมมากกว่า (แมงกานีส ออกไซด์) คงต้องเดินหน้าต่อไป
งานวิจัยและพัฒนาชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Deshpande Center for Technological Innovation แห่งสถาบัน MIT ประเทศสหรัฐเมริกา
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้น มีคราบน้ำมันถูกระบายลงสู่มหาสมุทรกว่า 200,000 ตัน ไม่ว่าจะมาจากการระบายน้ำมันออกสู่ทะเล การหกปนเปื้อน หรือคราบน้ำมันจากจากเรืออับปาง (อุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ) ส่งผลให้เกิดมลพิษทางน้ำ รวมถึงเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตในน้ำเป็นอย่างยิ่ง
เทคนิคและวิธีการโปรโมตเว็บไซต์ของคุณให้คนรู้จัก : ตอนที่ 1
เทคนิคและวิธีการโปรโมตเว็บไซต์ของคุณให้คนรู้จัก : ตอนที่ 2
แฉ 7 กลลวงสแปมเมลใหม่ ฉลองอีเมลขยะอายุครบ 30
สแปมบล๊อก (Spam Blog) ภัยคุกคามใหม่ คนอินเทอร์เน็ต
แอบดู Webblog ยอดฮิต
เว็บไซต์ฟังเพลงออนไลน์
ความหวังใหม่ของวัคซีน HIV ที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้
Add comment June 5, 2008
เครื่องตรวจหาอาวุธอัตโนมัติ
เครื่องสแกนอัตโนมัติที่ใช้เวลาเพียงแค่อึดใจ ก็ทราบว่า ผู้โดยสารที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน ซ่อนหรือพกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิดไว้ ณ ตำแหน่งใดของร่างกาย
เครื่องตรวจหาอาวุธอัตโนมัติที่หน่วยรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) ณ สนามบิน Sky Harbor airport ใน Phoenix สหรัฐอเมริกา นำมาใช้นี้มี 2ระบบ ระบบแรก ชื่อ Backscatter x-ray imaging ส่วนระบบที่สองคือ Millimeter-wave imaging
ระบบ Backscatter x-ray imaging มีหลักการทำงานก็คือ การสร้างภาพที่ได้รับจากการส่งผ่านรังสีเอ็กซ์ (x-ray) ความถี่ต่ำ (ต่ำกว่าที่ใช้ในเครื่องเอ็กซเรย์ตามปกติ) ไปยังตัวของผู้โดยสารที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเครื่อง (สแกนครั้งแรกผู้โดยสารหันหลังเข้าหาเครื่อง ครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ผู้โดยสารหันหน้าเข้าหาเครื่อง) แล้วเครื่องส่งรังสีสะท้อนกลับ แสดงภาพร่างกายของผู้โดยสารรวมถึงอาวุธที่ผู้โดยสารพกพา ซึ่งวัตถุที่มีความหนาแน่น (Density) ต่างกัน อ่านต่อ
Add comment June 2, 2008
เตือนเล่นไฮไฟว์เสี่ยงต่อความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์องค์กร
นักวิชาการเตือนผู้ใช้โปรแกรมเครือข่ายสังคมออนไลน์ ให้ระวังไม่ดาวน์โหลดโปรแกรมที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจ มาติดตั้งในเครื่องเพราะถือเป็นความเสี่ยงที่จะถูกบุกรุกเครือข่าย
นายปริญญา หอมเอนก นักวิชาการด้านความปลอดภัย ข้อมูลสารสนเทศ และประธานกรรมการบริษัทเอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยในรายการเอ็มคอทดอทเน็ต ถึงแนวโน้มความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันว่า มีโปรแกรมประเภทสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีการใช้กันอย่างแพร่หมาย อาทิ ไฮไฟว์, อ่านต่อ
Add comment June 9, 2008